หนังคนละม้วน พ่อแม่เจ้าบ่าว งัดหลักฐานสลิปโอนเงิน 90 ครั้ง

หนังคนละม้วน พ่อแม่เจ้าบ่าว งัดหลักฐานสลิปโอนเงิน 90 ครั้ง

จากกรณีดราม่าวิวาห์ล่มระหว่าง น.ส.ธารารัตน์ อายุ 33 ปี เปิดเผยว่าถูก นายปิยะราช อายุ 36 ปี ว่าที่เจ้าบ่าว ไม่ได้นำเงินค่าสินสอดจำนวน 149,999 บาท ไปมอบให้ในวันแต่งงาน จนปรากฏภาพที่ฝ่ายหญิงต้องเข้าพิธีแค่คนเดียว ซึ่งทางฝ่ายหญิงประกาศตัดสัมพันธ์พร้อมจะดำเนินคดีเรียกค่าเสียหายกว่า 500,000 บาท กับฝ่ายชายนั้น

นายทองใบ และนางบรรดลย์ พ่อแม่ของนายปิยะราช ว่าที่เจ้าบ่าว ซึ่งเป็นคนหมู่บ้านเดียวกันกับฝ่ายเจ้าสาว ในพื้นที่ ต.นามน อ.นามน จ.กาฬสินธุ์ เล่าถึงสาเหตุทั้งหมดที่ทำให้งานแต่งต้องล่มลง โดยย้อนไปเมื่อเดือนธันวาคม 2564 พ่อของเจ้าสาวซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกัน เอ่ยปากว่าในเมื่อลูก ๆ รักและชอบพอกันก็ควรจะจัดงานแต่งงานเพื่อเป็นทางแผ่นเดียวกัน และให้ทำการหมั้นหมายไว้ก่อน ตนก็บอกไปแล้วว่ายังไม่พร้อมเพราะไม่มีเงิน แต่พ่อฝ่ายหญิงก็ยังยืนยันให้หมั้นให้ได้ โดยเรียกทองคำรูปพรรณ จำนวน 1 บาท

พ่อเจ้าบ่าว ยอมรับว่า ต้องแบกหน้าไปหายืมเงิน เอาไร่มันสำปะหลังไปจำนำ และปล่อยให้เพื่อนบ้านเช่าไร่ในราคา 10,000 บาท ยังต้องนำรถจักรยานยนต์ ไปเข้าไฟแนนซ์อีก 2 คัน แต่เงินที่ได้ก็ยังไม่พอ จึงได้ไปขอยืมญาติพี่น้องมาเพิ่มให้ได้เงินเป็น 30,000 บาท เพื่อซื้อทองคำรูปพรรณน้ำหนัก 1 บาท มาทำการหมั้นตามที่พ่อของฝ่ายเจ้าสาวร้องขอ

หลังได้ทอง 1 บาทมาแล้ว ก่อนจะจัดพิธีหมั้น ตนได้เปิดใจตรง ๆ กับพ่อเจ้าสาวว่า ครอบครัวตนนั้นเป็นคนจน เป็นชาวไร่ชาวนา ไม่ได้มีเงินมากมาย ถ้าถึงวันแต่งงาน หากหาเงินค่าสินสอดไม่ครบ จำนวน 149,999 บาท ยังจะให้ลูกสาวแต่งงานกับลูกชายตนอยู่หรือไม่ พ่อเจ้าสาวก็บอกว่า ไม่เป็นไร เขามีเงินอยู่แล้ว ลูกเขยคนนี้เขาชอบเพราะขยันทำงาน ต่อให้มีเงินแค่ 2,000 ก็ให้เอามา เขาจะออกเงินใส่ให้เอง เขารวย ลูกสาวเป็นดารา เมื่อได้ยินตนจึงเชื่อสิ่งที่พ่อเจ้าสาวบอกอย่างสนิทใจ

หลังจากหมั้นเสร็จ ลูก ๆ ก็พากันกลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ เพื่อหาเงินมาเป็นสินสอดร่วมกัน ระหว่างนั้นลูกชายทยอยโอนเงินให้ฝ่ายหญิงวันละเล็กละน้อย 100 บาทบ้าง 500 บาทบ้าง บางครั้งก็ 5,000 บาท แล้วแต่เท่าที่หาได้ รวมแล้วลูกโอนให้ฝ่ายหญิง 90 ครั้ง เป็นเงินราว 70,000 บาท ทั้งหมดมีหลักฐานคือสลิปการโอนเงินให้เจ้าสาวช่วยเก็บเป็นค่าสินสอด

ระหว่างนั้นพบว่า ครั้งหนึ่งเมื่อว่าที่เจ้าสาวดื่มจนเมา เคยมีการแชตไลน์มาด่าลูกชายเรื่องที่โอนเงินไปให้เก็บเป็นค่าสินสอด ด้วยข้อความเช่น จำไว้เกลียดพวกมึ* เศษเงินพวกมึง-*บ่ต้องโอนมา และ ให้เศษเงิน มึ*เก็บไว้อมนะมึ* เป็นต้น ซึ่งตนเองก็เพิ่งมารู้หลังจากเกิดเรื่องว่าลูกโดนฝ่ายหญิงดูถูกเหยียดหยามขนาดนี้ ถ้าหากรู้ก่อนก็คงจะไม่ยอมให้ลูกชายเดินทางกลับมาแต่งงานแน่นอน

สุดท้ายนี้ พ่อแม่เจ้าสาวยืนยันว่า พวกตนไม่ได้มีเจตนาที่เบี้ยวค่าสินสอด เพราะเชื่อคำพูดของพ่อเจ้าสาวที่บอกว่ามีเท่าไหร่ก็จะช่วยเหลือเพื่อให้ลูกได้แต่งงานกัน แต่พอมาวันงานพ่อเจ้าสาวกลับบอกว่า หากได้เงินค่าสินสอดไม่ครบก็ไม่ต้องแห่ขันหมากมาสู่ขอ ทั้งที่งานทุกอย่างได้จัดไว้ตามกำหนดไว้หมดแล้ว จึงอยากขอความเป็นธรรมในเรื่องนี้ด้วย

Leave a Reply

Your email address will not be published.